บ้านณัฐ99 บริการรับจำนอง ขายฝาก ไถ่ถอน บ้าน ที่ดิน คอนโด อาคารพาณิชย์ อสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ดอกเบี้ยถูก รับเงินในวันเดียวจบ ยินดีให้คำปรึกษาฟรี Tel.065-924-2464 Line.baannut99 

อสังหาฯจุกธปท.ถล่มซ้ำสแกนหนี้เทียบรายได้

 
อสังหาฯส่ออ่วมยาว แบงก์ชาติเตรียมฉีดยาแรงอีกเข็ม ให้สถาบันการเงินใช้มาตรฐานกลางคำนวณภาระผ่อนชำระหนี้เทียบกับรายได้ DSR หลังใช้ LTV ทำตลาดหด 50% ด้านดีเวลอปเปอร์วอนสกรีนรายบุคคล ประวัติดี ได้วงเงินกู้สูง ค่ายเล็กรับถูกปฏิเสธสินเชื่อ 50% เซ็นจูรี่ีี 21 เอเยนต์ใหญ่ ยํ้ากำลังซื้อในประเทศไม่มี จีนหด เห็นด้วยคุมเข้ม เหตุซัพพลายเหลือตรึมแนวรถไฟฟ้าชานเมือง
 
นับตั้งแต่ ธนาคารแห่งประเทศไทยบังคับใช้เกณฑ์สินเชื่อใหม่ อัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value: LTV ratio) บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 เป็นต้นมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมซบเซาหนัก ผสมโรงเศรษฐกิจโลกถดถอย ศึกสงครามการค้าปะทุรุนแรง ลามด้วยการลดค่าเงินหยวน ขณะฮ่องกงเกิดประท้วงครั้งใหญ่ดูทีท่าว่าไม่น่าจะจบได้ในเร็ววันนี้ ส่งผลให้ลูกค้าจีนซึ่งเป็นกลุ่มกำลังซื้อสำคัญหายไปจากตลาด คาดว่าอาจถึงขั้นทิ้งดาวน์ ไม่กลับมาโอนกรรมสิทธิ์ปลายปีนี้ มากถึง 10% จากยอดซื้อ 3-4 หมื่นหน่วยช่วงเปิดขายเมื่อ 2 ปีก่อน
 
ล่าสุด ธุรกิจอสังหาฯ กำลัง ถูกถล่มซํ้าอีกระลอก เมื่อมีเสียงสะท้อนว่า แบงก์ชาติจะออกนโยบายให้สถาบันการเงินทุกแห่งเข้มงวดกับภาระหนี้ ก่อนปล่อยสินเชื่อบ้าน โดยจะเริ่มนำมาตรฐานกลางในการคำนวณภาระผ่อนชำระหนี้เทียบกับรายได้ (Debt Service Ratio: DSR) คาดว่าจะใช้ประมาณพฤศจิกายน 2562 เพื่อลดNPL หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ให้กับกลุ่มเสี่ยง ไล่ตั้งแต่กลุ่มผู้มี
รายได้ไม่แน่นอน, เด็กจบใหม่, วัยเริ่มต้นทำงาน, วัยใกล้เกษียณ ขณะหนี้ครัวเรือนพุ่งสูง ระดับ 78.7% จากจีดีพีของประเทศ 16 ล้านล้านบาท มองว่าในระยะยาว มีความน่าวิตก หากไม่มีมาตรการป้องปราม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหลายฝ่ายมองว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่า มาตรการของแบงก์ชาติที่จะออกมาปลายปี จะบังคับใช้แทน LTV ที่ผู้ประกอบการต้องการยกเลิก, ผ่อนปรน หรืออีกมุม เพื่อไม่ให้ เศรษฐกิจพังพาบทั้งระบบ ซํ้ารอยวิกฤติต้มยำกุ้ง แบงก์ชาติอาจใช้ยาแรงอีกขนานฉีดซํ้าก็เป็นไปได้
 
ทั้งนี้ ในมุมสะท้อนของ ดีเวลอปเปอร์ นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (ORI) กล่าวว่า ธปท.ควรแยกแยะระหว่างมาตรการเชิงป้องกัน กับมาตรการแก้ปัญหาที่กังวลล่วงหน้า ว่าจะเกิดภาพซัพพลายล้นฟองสบู่แตก หรือแม้แต่ต้องการเพื่อจะสกัดกั้นกลุ่มนักลงทุน-เก็งกำไรก็ตาม เพราะที่ผ่านมา การกำหนดให้ผู้ซื้อจากเดิมเคยวางเงินดาวน์ไม่ถึง 10% ขยับขึ้นมาสูงถึง 20% ของมูลค่าที่พักอาศัยนั้น เป็นอัตราที่ปรับขึ้นมากเกินควร ไม่มีโอกาสให้ทั้งผู้ซื้อและผู้พัฒนาได้ปรับตัว ทำให้เกิดผลกระทบต่อตลาดตามมา ซึ่งเห็นควรให้ปรับเปลี่ยนมาใช้วิธีการคัดกรองเป็นรายบุคคลแทน เช่น หากใครมีประวัติผ่อนชำระดี อาจผ่อนปรนเงื่อนไขให้วางดาวน์เพียง 10% ได้ กรณีมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 (ตํ่ากว่า 10 ลบ.) โดยที่การผ่อนหลังแรกอาจผ่อนไม่ถึงระยะ 3 ปีตามที่ธปท.กำหนดไว้ (หลักการ LTV : หลังแรกผ่อนอยู่ไม่ถึง 3 ปี กู้หลังที่ 2 หรือหลังแรก 10 ลบ. วาง 20% หลังที่ 3 วาง 30%) หรือการขยับเป็นลักษณะขั้นบันได เช่น หลังที่ 2 จากหลักการได้เงินกู้เพียง 80% เป็น 85% แทน เพื่อช่วยกระตุ้นอัตราการดูดซับ วงรอบการซื้อ-ขายในตลาด ซึ่งเป็นเรื่องที่ ธปท.และสถาบันการเงินต้องมานั่งพูดคุยจำแนกหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเลือกใช้วิธีการต่างๆให้เหมาะสม ไม่ใช่การคลุมผู้ซื้อทั้งระบบเช่นนี้ เพราะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นตลาดใหญ่ ครอบคลุมหลายธุรกิจเกี่ยวเนื่องเช่น ธุรกิจก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ สินเชื่อ ฯลฯ พบขณะนี้ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า
 
สำหรับภาพรวมทั้งระบบ ของตลาดอสังหาฯ นายธิติวัฒน์  ธีรกุลธัญโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจบริษัท เซ็นจูรี่ 21 เรียลตี้แอฟฟิลิเอทส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ “เซ็นจูรี่ 21” ระบุว่า การใช้มาตรการใหม่ของแบงก์ชาติสกัดปัญหา NPL มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากปัจจุบันกำลังซื้อในประเทศแทบไม่มี อีกทั้งสถาบันการเงินเข้มงวดปฏิเสธสินเชื่อ กำลังซื้อจีนลดน้อยลง ขณะ ซัพพลายเหลือขายค่อนข้างมากโดยเฉพาะคอนโดมิเนียม แนวรถไฟฟ้าทำเลชานเมือง เช่น ส่วนต่อขยายสายสีเขียวใต้ รอบสถานีพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ, สถานีแพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ ทำเลบริเวณถนนพระราม 5 ถึงแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง จังหวัดนนทบุรี ฯลฯ มีคอนโดมิเนียมของค่ายใหญ่ สร้างเสร็จเมื่อ 3 ปีก่อนเหลือขายมากถึง 40-50% ต่อโครงการซึ่งแต่ละโครงการมีประมาณ 1,000 หน่วยขึ้นไป
 
เช่นเดียวกับนายพีระวัฒน์ วานิชวัฒน์ กรรมผู้จัดการ บริษัท ฑีฆา เรียลเอสเตท จำกัด กล่าวว่าในช่วงภาวะเศรษฐกิจและภาพ รวมอสังหาฯ ยังไม่ฟื้นตัว กระทบต่อกำลังซื้อด้วยเช่นกัน โดย
เฉพาะผู้ซื้อในระดับกลางล่าง ยอดปฏิเสธสินเชื่อค่อนข้างสูง ทั้งนี้ผู้ซื้อโครงการดิ เอสเซนส์ มียอดปฏิเสธสินเชื่อ 50% เป็นมาตรฐานของผู้ซื้อในย่านบ้านกล้วย-ไทรน้อย นนทบุรี ดังนั้นโปรโมชันที่โดนใจลูกค้ามากที่สุดคือ โครงการออกค่าใช้จ่ายในวันโอนเช่น ค่าโอนกรรมสิทธิ์ ค่าจดจำนองฯ